วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

 ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก โดยมีความสืบเนื่องและคาบเกี่ยวระหว่างอาณาจักรโบราณหลายแห่ง เช่น อาณาจักรทวารวดี ศรีวิชัย ละโว้ เขมร ฯลฯ โดยเริ่มมีความชัดเจนในอาณาจักรสุโขทัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 1981 อาณาจักรล้านนาทางภาคเหนือ กระทั่งเสื่อมอำนาจลงในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 แล้วความรุ่งเรืองได้ปรากฏขึ้นในอาณาจักรทางใต้ ณ กรุงศรีอยุธยา โดยยังมีอาณาเขตที่ไม่แน่ชัด ครั้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้าตากสินจึงได้ย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี
    ภายหลังสิ้นสุดอำนาจและมีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. 2325 อาณาจักรสยามเริ่มมีความเป็นปึกแผ่น มีการผนวกดินแดนบางส่วนของอาณาจักรล้านช้าง ครั้นในรัชกาลที่ 5 ได้ผนวกดินแดนของเมืองเชียงใหม่ หรืออาณาจักรล้านนาส่วนล่าง (ส่วนบนอยู่บริเวณเชียงตุง) เป็นการรวบรวมดินแดนครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยแต่ก็ต้องรออีกถึง 41 ปี กว่าจะได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2516 หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา หลังจากนั้นมีเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยอีกสองครั้งคือ เหตุการณ์ 6 ตุลา และพฤษภาทมิฬ ล่าสุดได้เกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2549
     ชื่อประเทศไทย
  คำว่า ไทย มีความหมายในภาษาไทยว่า อิสระ เสรีภาพ เดิมประเทศไทยใช้ชื่อ สยาม แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2482 ตามประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1 ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ใช้ชื่อ ประเทศ ประชาชน และสัญชาติว่า "ไทย" โดยในช่วงต่อมาได้เปลี่ยนกลับเป็นสยามเมื่อปี พ.ศ. 2488 ในช่วงเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ในที่สุดได้เปลี่ยนกลับมาชื่อไทยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นช่วงที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อมา ช่วงแรกเปลี่ยนเฉพาะชื่อภาษาไทยเท่านั้น ชื่อภาษาฝรั่งเศส[1]และอังกฤษคงยังเป็น "Siam" อยู่จนกระทั่งเดือนเมษายน พ.ศ. 2491 จึงได้เปลี่ยนชื่อภาษาฝรั่งเศสเป็น "Thaïlande" และภาษาอังกฤษเป็น "Thailand" อย่างในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ชื่อ สยาม ยังเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ
     การเมืองการปกครอง
   เดิมประเทศไทยมีการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนกระทั่งวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจุบันประเทศไทยปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยแบ่งอำนาจเป็นสามฝ่าย ได้แก่ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และ ฝ่ายตุลาการ โดยฝ่ายบริหารจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลซึ่งมากจากการแต่งตั้ง ฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมาจากการแต่งตั้ง และฝ่ายตุลาการ คือ ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองซึ่งมาจากการปฏิรูปทางเมืองจึงเกิดศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ[2]
     เขตการปกครอง
  ประเทศไทยแบ่งเขตการบริหารออกเป็นราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่จังหวัด 75 จังหวัด นอกจากนั้นยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนสุขาภิบาลนั้นถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ. 2542

 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ประวัติบ้านโคกเทียม

ประวัติโรงเรียนบ้านโคกเทียม
โรงเรียนบ้านโคกเทียม ตั้งอยู่ที่พิกัด 14.714289,105.175036 (ค่าละติจูด, ลองติจูด) อยู่ในพื้นที่บ้านโคกเทียม หมู่ที่ ๓ ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยมี นายผอง สุขผล ครูใหญ่โรงเรียนบ้านโนนแคน มาทำการสอนและรักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๔ โดยใช้ศาลากลางบ้านเป็นที่เรียน



ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ชาวบ้านโคกเทียมได้จับจองที่ดินทางทิศตะวันตกเเฉียงเหนือของหมู่บ้านเนื่อที่ประมาณ ๒๓ ไร่ ๒ งาน เป็นที่ดินของโรงเรียนและชาวบ้านได้ออกเงินซื้อบ้านหลังหนึ่งใช้นำมาปลูกเป็นอาคารเรียนชั่วคราว ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ โรงเรียนได้รับงบประมาณจากทางราชการจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านและคณะครูได้จัดหาวัสดุสบทบเป็นมูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท สร้างเป็นอาคารเรียนแบบถาวร ขนาด ๓ ห้องเรียนในที่ดินใหม่ซึ่ง นายผอง สุขผล แลกกับที่ดินเดิมซึ่งเหมาะสมกว่าอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน (ที่ตั้งปัจจุบันของโรงเรียนบ้านโคกเทียม)



ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โรงเรียนได้รับอนุมัติให้เปิดชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม. ๑- ม. ๓) ตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีบ้านกวางดีด, บ้านโนนคูณ, บ้านแสนสุข และบ้านฝั่งเพ เป็นเขตบริการของโรงเรียน และในปีเดียวกัน โรงเรียนได้รับงบประมาณจากกรมประมงมาขุดบ่อเก็บน้ำให้โรงเรียนขนาด ๑ ไร่ งบประมาณ ๙๕,๐๐๐ บาท ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ โรงเรียนได้รับการสนุบสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสมบูรณ์ (อบต. โนนสมบูรณ์) จัดสร้างลานกีฬาต้านยาเสพติด จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องทำน้ำเย็น ๒ เครือง และสวนสุขภาพจำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท

ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๖ โรงเรียนบ้านโคกเทียมเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน ๑๑ ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งสิ้น ๒๐๐ คน ผู้อำนวยการโรงเรียนคือ นายบุญธรรม จำปาแดง ครูผู้สอน ๑๒ คน ครูอัตราจ้าง ๒ คน ครูธุรการ ๑ คน และ ลูกจ้าง ๑ คน อาคารเรียนจำนวน ๓ หลัง ห้องสมุด ๑ หลัง ห้องสุขา ๓ หลัง บ้านพักครู ๒ หลัง สนามกีฬา ๓ ลาน และได้เปลี่ยนสีประจำโรงเรียนจากเดิมสี สีแสด-กรมท่า มาเป็นสี สีฟ้า-ขาว ในปัจจุบัน

Unordered List

Sample Text

Popular Posts

Recent Posts

Text Widget